MAI KITSUNE WAIFU
Chapter 8 A Monster
“ไอหยา! พี่สาวตี่มีกี่คนกันที่คุณไม่รู้เนี่ย?!”
ร่างอันเร่าร้อนของหญิงผมทองหัวเราะขณะที่ปิดปากเธอ
“ตามที่คาดมิสมู่หลงพวกผู้ชายของห้องเราจะตกอยู่ในความสิ้นหวังอีกครั้งหนึ่งซะแล้ว!”
“พวกเขาจากไปและนำพาความสิ้นไปหาพวกเขาตามที่ต้องการ”
มู่หลงตี่ เม้มริมฝีปาก เธอย่นจมูกอันเรียวบางเล็กน้อย
เป็นสัญลักษณ์ของเทพธิดา ท่าทางของเธอได้กระชากใจของผู้โดยสารขายมากมายไป
เฮ้อ
ถ้าได้สาวสวยอย่างนี้เป็นแฟนสักครั้งหนึ่งล่ะก็แม้กระทั่งยอมเสียอายุไขไปยี่สิบปีก็คุ้มค่า!
“แล้วความสิ้นหวังของพวกเขามันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย? ลีลี่เธอหยุดเรียกฉันว่ามิสมู่หลงได้ไหม
ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้วมันน่าอึดอัด!”
“โอเค...แต่พี่สาวตี่พวกเรามาสายวันนี้....เราคงจะโดนทำโทษแน่ถ้าเรายังสายอยู่ชาใหม?...”
“เธอจะกลัวอะไร
มันเหมือนว่าเราจะไม่รู้สิ่งที่บรรยายตอนเช้างั้นล่ะ!”
มู่หลงตี่ ได้เหมือนกับนกยูงตัวน้อยที่ภูมิใจ
“ฮี่ฮี่ ฉันคาดว่ามิสมู่หลงของพวกเราจะมีอำนาจมาก!”
หวังลีลี่ ช่วยไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“เธอเรียกฉันว่ามิสมู่หลงอีกแล้ว ฉันจะจัดการเธอ!”
มู่หลงตี่ ยกกางมือข้างหนึ่งออกมาและบีบไปที่จมูกหวังลีลี่
“ไอหยา! พี่สาวตี่
คุณไม่สามารถบีบฉันอย่างนี้ได้!”
หวังลี่ลี่
กุมจมูกเธอและพูดออกมาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า”ตอนแรกนั้นมันสวยมาก
แต่ตอนนี้คุณบีบมันจนแบนไปแล้ว...ตอนนี้ใครยังจะต้องการฉันอีก...”
“อย่ากังวล
แม้ว่าจมูกเธอจะพริกคร่ำก็ยังมีผู้ชายที่ต้องการเธออยู่ดี!”
มู่หลงตี่ หลี่ตามองไปที่หน้าอกของเพื่อนเธอ
แม้ว่าเธอจะทำเป็นไม่สนใจมันแต่เธอก็สนใจอยู่
เฮ้อ เราตัวมาด้วยกัน! อะไรที่หวังลีลี่กินต่างไปจากฉันอย่างแน่นอน? เธอฉีดฮอร์โมนพิเศษ?
หรือเธอดื่มนมผงวิเศษ? แล้วหน้าอกเธอใหญ่กว่าตัวฉันได้ไง?
“พี่สาวตี่ ล้อฉันเล่นอีกแล้ว...”
หวังลี่ลี่ แม้กระทั่งหดหู่มากกว่าเดิม”จมูกกลับด้านมันหน้าเกียจเกินไป
ไม่มีใครต้องการฉันอย่างแน่นแน...”
“หน้าอกเธอมันเพียงพอแล้วที่จะเติมทุกสิ่ง...”
มู่หลงตี่ทันใดนั้นก็มีรอยยิ้มที่ชั่วร้าย “มา
ปล่อยให้พี่สาวเขย่ามันออกมา พวกมันจะโตขึ้นอีกครั้งไช่ใหม?”
“หยุด หยุดล้อฉันได้แล้ว...”
หวังลี่ลี่เริ่มที่จะปิดหน้าอกเธอ ผู้คนรอบๆก็นำลายใหล
หัวใจของพวกเขาคิดว่า:ไม่
อย่าปิดมัน! มันใช่ว่าเธอจะท้องจากการเขย่ามันซะหน่อย!
“หยุดเล่นได้แล้ว...พี่สาวตี่ มองไปที่หลิวยี่สิ
เขาวิ่งเหมือนเขาเป็นหลิวเซียงรึไง?!”
หวังลี่ลี่พูดขณะที่เธอชี้ไปที่ด้านนอก
“ใครจะรู้...หลิวยี่อาจจะเป็นนักกีฬา...?”
สำหรับเรื่องราวอย่างนี้ มู่หลงยี่ไม่สนใจแม้แต่น้อย
เธอเชื่อว่าชีวิตของเธอมันน่าหงุดหงิดพอแล้วและเธอไม่ต้องการให้คนอื่นนำปัญหามาสู่ชีวิตเธอ
อย่างไรก็ตาม
ขณะที่สายตาของเธอตกลงไปบนหลิวยี่คนที่วิ่งอยู่ข้างนอกหน้าต่าง
ดวงตาเธอแปล่งประกายเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
เด็กผู้ชายคนนี้มองเห็นไม่ค่อยชัด....ดูแล้วคุ้นๆเล็กน้อย
หรือเขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของฉันจริงๆ?
เธอเห็นหลิวยี่คนทีโดนเธอมองข้ามที่ตอนนี้กำลังวิ่งคู่กับรถบัส
ลมหายใจเขามั่นคง จังหวะก็ดี เขาไม่ได้วิ่งเร็วมากและก็ไม่ได้ช้าเกินไป
ผู้ชายคนนี้วิ่งเร็วจริงๆ!
หรือว่านี่คือการฝึกประจำวันของนักเรียนนักกีฬา?
มู่หลงตี่ช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ
ขณะนั้นหลิวยี่ผู้ไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังมีเพื่อนร่วมห้องสาวสวยสองคนกำลังมองมากที่เขาอยู่
ในใจเขากำลังเต็มไปด้วยคำว่าสายไม่ได้
เขาจะบัดซบแน่ถ้าเขาไปสาย!
จิตใจของหลิวยี่ยุ่งเหยิงด้วยความกังวล
อย่างไรก็ตามความรู้สึกจากการได้วิ่งนั้นน่าพอใจมาก
มันอาจจะเป็น...ความรู้สึกในตำนานของการวิ่งตามสายลม?!
เชี่ย ฉันกลายเป็นdilettante!
“วิ่งช้าลงหน่อย! คุณหญิงนิรันดิ์คนนี้เกือบจะพลังงานหมดเพระนายแล้ว!”
ขณะนั้นหลิวยี่
ไม่ได้สนใจเลยว่าเชี่ยไรคือพลังงานนิรันดิ์หรือกระแสไฟฟ้านิรันดิ์
มีเพียงอย่างเดียวที่เขารู้คือถ้าเขาหยุดวิ่งล่ะก็เขาได้ชิบหายแน่!
รถบัสเลี้ยวไปทางสะพานลอยสูง
หลิวยี่วิ่งตามไปและข้ามสะพานทันใดนั้นเขาก็สังเกตุโลลิน้ำตาไหบในป่าเล็กๆข้างใต้สะพาน
โลลิน้อยนั้นดูเหมือนจะสิบเอ็ดหรือสิบสองปี ด้วยทรงผมหางม้าคู่
สรวมกระโปรงบอลลูนสีเหลีองและถุงเท้าเจ้าหญิงยาว
โลลิน้อยนั่นดูเหมือนจะน่ารักมากด้วย
เธอยืนอยู่ใต้ต้นไม้และกำลังร้องไห้อยุ่
ถัดจากเธอข้างบนต้นไม้สูงประมาณสี่หรือห้าเมตร มีลูกโป่งมิกกี้
เมาส์ติดอยู่
หัวใจของหลิวยี่ทันใดนั้นก็ล่วงไปอยู่ตาตุ่ม เขากลับและวิ่งลงสะพานไป
“เฮ้ เฮ้?
นายวางแผนจะทำอะไร?”
จิ้งจอกน้อยรีบถามขณะที่เธอสังเกตเห็นหลิวยี่ที่หยุดวิ่งตามรถบัสอย่างฉับพลัน
“ต้องช่วยขึ้นมา!”
หลิวยี่พูด
“นายเอาจริงงั้นหรอ?!”
จิ้งจอกน้อยหลินตงทันใดนั้นก็ร้องออกมาด้วยความแปลกใจ
“ไม่ใช่ว่านายพึ่งจะกลัวว่ากำลังจะสายไม่ไช่รึไง? ตอนนี้นายกำลังวิ่งออกมาเพื่อช่วยออกมา? นายโง่รึไง?!”
“คุณปูได้เคยพูดไว้ว่าการช่วยคนคือหน้าที่ของผู้ชาย
ถ้าฉันไม่แม้แต่จะยื่นมือไปช่วยคนอื่นงั้นฉันอาจจะการเป็นปีศาจ”
“มันเกี่ยวบ้าอะไรกับเป็นปีศาจ?!”
จิ้งจอกน้อยทันใดนั้นก็ไม่สบอารมณ์อย่างมาก
เธอตะโกน”มีปีศาจก็มีเมตตา! ใครพูดว่าปีศาจนั้นชั่วร้าย?! ใครพูดอย่างนั้น?!”
ได้ยินจิ้งจอกน้อยถามอย่างจริงจัง หัวอกของหลิวยี่ก็กลัวจนสั่น
เขารู้สึกได้ถึงภัยพิบัติ
“ปะ...ปู่ของฉันพูดอย่างนั้น...”
“นายเป็นปู่นายอย่างนั้นรึไง? ปู่นายทำอะไร?”
“ขะ...เขาเป็นคนขายเนื้อ....”
“บ้า....”
หลิวยี่รู้สึกเขานั้นไม่สามารถต่อต้านจิ้งจอกน้อยได้อย่างแน่นอนดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเมินเธอบ่นกับหูเขาและมุ่งไปทางโลลิ
ในสองก้าวนั้นเขาก็มาถึงโลลิน้อยแล้ว เขาสูดหายใจเขาและพยายามยิ้ม
เขาย่อตัวลงและถามโลลิน้อย
“สาวน้อย ต้องการให้พี่ใหญ่คนนี้ช่วยออกไปใหม?”
โลลิน้อยสะอึกอื้น
เธอเงยหน้าสีชมพูขึ้นมาและเมื่อเห็นหลิวยี่ที่กระเซอะกระเซิง
ทันใดนั้นก็เริ่มร้องไห้หนักกว่าเดิม
“แงงงงง....หม่าม้า...มีสัตว์ประหลาด...มากินหลิวหยิง...”

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น