MAI KITSUNE WAIFU
Chapter 10 My Name’s Lei Feng
หลิวยี่กลัวความสูง!
ตั้งแต่เขายังเด็กเมื่อเขามองลงจาที่สูงเขาจะรู้สึกเวียนหัว
และตอนนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เขาวิ่งขึ้นมาบนต้นไม้ก่อนหน้านี้นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาจะลงจากต้นไม้ เขาก็หน้ามือทันทีและรู้สึกเหมือนจะล่วงลงไป
โคตร....โคตรกลัวเลย...
มีคนเคยพูดไว้ว่า การปีนภูเขานั้นมันง่ายกว่าการลง...
การปีนต้นไม้ก็ถือเป็นหลักการเดียวกัน...
หลิวยี่รู้สึกราวกับว่าเขากำลังจะเป็นลม
“เฮ้ เฮ้ เฮ้! อย่าทำให้คุณหญิงคนนี้เสียเวลา! นายกำลังจะเข้าสู่การเป็นผู้ฝึกตนอมตะ นายจะมากลัวความสูงได้อย่างไร...! เฮ้ เฮ้! นายกำลังจะทำอะไร?! อย่าปล่อยนะ! อย่าปล่อยมันไปนะหลิวยี่!”
หลินตงนั้นมีเพียงหลิวยี่เท่านั้นที่เห็นได้และกำลังลอยอยู่ข้างๆหลิวยี่ก็กรีดร้องทันที
ในที่สุดหลิวยี่ควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป
แขนของเขาอ่อนปวกเปียกและเขาก็ล่วงลงมาจากต้นไม้ที่สูงเกือบห้าเมตร
แม้ว่าในขณะนั้นเขาจะล่วงลงมามือขวาของเขาก็ยังคงกำเชือกลูกโป่งไว้แน่น
และในขณะนั้น หลิวยี่ก็รู้สึกว่าเวลานั้นเดินช้าลงอย่างฉับพลัน
มีภาพในอดีตมากมายลอยอยู่ใจเขา
รวมไปถึงที่เมื่อครั้งหนึ่งเขายังเด็ก
เขาไม่ชอบทำการบ้านจนคุณครูแจ้งไปยังผู้ปกครองเรื่อที่เขาไม่ทำการบ้านเลยซึ่งมันจบลงด้วยการที่ก้นของเขามีลอยเข็มขัดของพ่อ
แล้วก็มีครั้งนึงที่หม่ายี่ซวนย้ายมาอยู่ข้างบนห้องของเขา
ลูกเจี๊ยบนั่นใส่กระโปรงสั้นสีเหลืองแสนสวยและเข้ามาอยู่ในใจหลิวยี่ตั้งแต่นั้นมา
[ทางอิงบอกว่าเขาคิดว่าหลิวยี่นั้นอาศัยอพาร์ตเมนต์ดังนั้นน่าจะย้ายมาอยู่ชั้นบน]
มีคนได้พูดไว้ว่าก่อนที่คนๆหนึ่งจะตายพวกเขาจะเห็นภาพอดีตของพวกเขาชั่วพริบตาในสมอง....
เอาจริงดิ...ฉันกำลังจะตาย?
โอ้ไม่!
ฉันไม่อยากตาย!
ฉันยังเวอร์จิ้นอยู่เลยมันน่าสงสารนะที่ฉันจะมาตายอย่างนี้!
ยาเมเต้!!!
พระเจ้า! ช่วยผมด้วย!
ถ้าผมรอดไปได้ ผมจะจุดธูป อธิฐานและบูชาท่านแน่นอน!
อย่างไรก็ตาม
ดูเหมือนว่าจะไม่มีพระเจ้าองค์ไหนตอบคำอธฐานในวินาทีสุดท้ายของหลิวยี่
แต่ทว่า ปีศาจจิ้งจอกสุดสวยไม่เต็มใจที่จะปล่อยให้หลิวยี่ตาย
“ไอโง่! ไองี่เง่า! คุณหญิงคนนี้จะช่วยนายเอง! Waaah พลังเวทอันน้อยนิดของฉัน...”
จิ้งจอกน้อยร้องออกมาด้วยความปวดใจ
เธอเริ่มที่จะวิ่งไปรอบๆตัวของหลิวยี่ราวกับสายฟ้า
แสงสีขาวที่ยากจะมองเห็นก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของหลิวยี่
ในขณะที่จิ้งจอกน้อยกำลังกรีดร้อง
ร่างกายของหลิวยี่ก็กระแทกบนพื้นด้วยเสียงดัง
ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว
สีเหลืองของใบไม้ฤดูใบไม้ร่วงบนต้นไม้ก็พัดไปมาเหมือนการเต้นรำ
“พี่ใหญ่! พี่ใหญ่! คุณเป็นอะไรหรือป่าว?!
อย่าแกล้งลิ่วหยิงนะ!”
โลลิน้อยกำลังจะร้องไห้อีกครั้ง
จะไปมีคนที่รอดชีวิตจากการตกจากที่สูงได้ไง!
หน้าของหลิวยี่บิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด
ถึงแม้ว่าการตกจากที่สูงจะทำให้เขาทรมานมากแต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรง
ดูเหมือว่าจะมีบางอย่างมารับฉันไว้ก่อนหน้านี้!
เป็นเพราะสิ่งนั้นเขาถึงไม่ตายจากการตกลงมา
หลิวยี่ถูไปที่ก้น
เขาลุกขึ้นเพื่อให้โลลิน้อยแปลกใจและมอบลูกโป่งในมือขวาของเขา
“พี่ใหญ่คนนี้ไม่เป็นไร ตอนนี้จะดีกว่าถ้าเธอจับลูกโป่งไว้ๆแน่นๆ”
“Mmm…”
โลลิน้อยมองไปที่หลิวยี่ด้วยดวงตาที่เลื่อมใส
“พี่ใหญ่คุณเป็นซุปเปอร์แมนจิรงๆด้วย! คุณไม่เป็นไรแม้แต้น้อยหลังจากตกมาจากที่สูงอย่างนั้น...”
“โชคดีที่พี่ใหญ่คนนี้เชี่ยวชาญเทคนิคตูดเหล็กมาก่อน”
ถึงอย่างนั้นสิ่งที่หลิวยี่ก็คิดว่าจิ้งจอกน้อยหลินตงต่างหากที่ช่วยเขาไว้
แต่เขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงของผู้หญิงนั่นเลยตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว?
หรือว่าเธอโกรธ?
“ขอบใจนะพี่ใหญ่! พี่ใหญ่คุณนี่เก่งจังเลย ฉันจะต้องแนะนำคุณกับพี่สาวหนูแล้ว!”
โลลิน้อยกระพริบตามองไปที่หลิวยี่ด้วยสายตาที่คาดหวัง
“ถ้าพี่กลายเป็นพี่ของลิ่วหยิงตามกฎหมาย
พี่ก็จะสามารถปกป้องลิ่วหยิงได้!”
“เอ๋....ไม่เป็นไรหรอก
เดี๋ยวพี่ใหญ่คนนี้กำลังจะไปเข้าเรียนสาย”
แล้วเขาหันไปข้างหน้า”เป็นเด็กดีและรอคุรแม่เธอมาอยู่นี่นะ!”
หลิวยี่ก็จำได้ว่าถึงปัญหาทั้งหมดในโรงเรียนแล้วเขาก็รู้สึกชิบหายทันที
เชี่ยเอ๊ย! ฉันกำลังจะชิบหายแล้วตอนนี้
มีคนพูดว่าเมื่อคุณมีชีวิตรอดในหายนะ
โชดดีก็จะตามมา...แล้วฉันโชคร้ายได้ไง...
หรือว่าฉันโดนเทพแห่งความชิบหายเข้าสิง?
ไม่ มันเป็นไปไม่ได้
มันคือจิ้งจอกน้อยที่เข้ามาในมือขวาเขาต่างหาก!
แม้ว่าเธอจะอารมณ์ร้าย เธอก็เป็นจิ้งจอกอมตะ...
มิฉะนั้น เธอคงไม่ช่วยฉันสองครั้ง
“โอเค.. แล้วพี่ใหญ่ ชื่ออะไรหรอ?”
“ฉันชื่อเล่ยเฟิง”
หลิวยี่ยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ
“Puu…พี่ใหญ่พี่ตลกจังเลย...”
“ลิ่งหยิง!”
เสียงของผู้หญิงมาจากด้านข้องของป่า
“Ah!
หม่าม้าเรียกหนูแล้ว หนูจะไปหาแม่แล้ว!”
โลลิน้อยโบกมือให้หลิวยี่และพูด”พี่ใหญ่ จำชื่อหนูให้ดีล่ะ
หนูชื่อหลิวหยิง!”
หลังจากพูดอย่างนั้น โลลิน้อยกับผมหางม้าคู่นั้นก็สะบัดจากไป
โลลิน้อยคนนี้ เธอโคตรน่ารักเลย
พี่สาวของเธอ...บางทีเธอคงจะสวยแน่...
มันคงจะดีถ้าได้รู้จักเธอนะ....
แค่ก แค่ก พอๆหยุดคิด ฉันจะต้องวิ่งไปโรงเรียน!
หลิวยี่หันกลับและกำลังจะวิ่งอีกครั้งเพียงแต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาไม่รู้สึกได้ถึงความรู้สึกของพลังเวทที่เดือดผล่านในเลือดเขาเลย
นี่มันอะไรกัน...หลินตงขี้เหนียวและหยุดส่งพลังอมตะของเธอกับเขาแล้ว?
“จิ้งจอกอมตะแสนสวย? พี่สาวเซียนจิ้งจอก? เกิดอะไรขึ้น
คุณโกรธฉันจริงๆหรอ?”
หลิวยี่ถามอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามไม่มีการตอบกลับจากหลินตง มันราวกับว่าเธอหายไปในอากาศไปแล้ว
“โอเค...ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ต้องการคุยกับฉันจริงๆ...”
หลิวยี่ส่ายหน้า
ยังไงต็ตามเขารู้สึกว่าตั้งแต่ที่เขาสายมันอาจจะดีกว่าถ้าตัวเองไม่ต้องกังวลมากเกินไปและเริ่มเดินไปทางโรงเรียนอย่างช้าๆ
และในมือขวานั้น เสียงที่แทบจะไม่ได้ยินเบาราวกับเสียงยุงก็ดังออกมา
“ไอ...คน...โง่นี่...”
ーーーーーーーーーーー
ตอนนี้ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่เพราะยุงกัดจนรำคาญ ถ้าผิดก็ขออภัยด้วยครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น