MAI KITSUNE WAIFU ตอนที่ 23 แปลไทย


MAI KITSUNE WAIFU

CHAPTER 23 no compassion
 หลังจากพูดคำนั้นออกมา หลินตงอยากจะตีตัวเองจริงๆ
โอ่สวรรค์! หลินตงนะหลินตง! ทำไมเธอถึงพูดแบบนั้นกัน?!
ถ้าเป็นในกรณีของหลิวยี่ที่เป็นคนน่าสงสัยในตัวเธอ ความพยายามที่เธอทำมาจะไม่ไร้สาระรึไง?
ตีตัวเธอซะ!
ใช่ ตีเลย!
หลินตงรีบแก้ใขตัวเธอทันที
“ปู่ผมเคยพูดไว้ว่า มีคนดีๆอยู่ในโลกนี้มากกว่าคนเลวอยู่มากมาย! มีความรักอยู่ในระหว่างผู้คน พวกเขาอยู่เหนือความไว้วางใจ เป็นความรักที่คุณเชื่อใจคนอื่น แล้วทุกๆคนจะต้องเป็นคนที่ดีในสายตาคุณ ถ้าคุณไม่เชื่อใจคนอื่น งั้นทุกๆคนก็จะเป็นคนเลว”
สิ่งที่หลิวยี่พูดมานั้นทำหลินตงแปลงใจอีกครั้งหนึ่ง
คือฉัน...เป็นคนที่แย่มากเลยงั้นหรอ?...
หลินตงอดไม่ได้ที่จะคิดถึงมัน
ผิดแล้ว! ฉันไม้ได้เป็นแม้แต่มนุษย์!
มาสเตอร์ได้พูดคำนี้ออกมา ถ้าเธอไม่หลอกลวงคนอื่นล่ะก็เธอก็จะโดนหลอกเอง
ดังนั้น ฉันอาจจะหลอกลวงคนอื่นก่อนที่พวกเขาจะทำเช่นเดียวกับฉัน!
อย่างไรก็ตามหลิวยี่คนนี้...หลินตงกำลังรู้สึกผิดอยู่....
เฮ้อ!
บ้าเอ้ย!
ในโลกนี้ ถ้าคนหนึ่งไม่ค้นหาเพื่อตัวเอง ไม่งั้นสวรรค์และโลกก็จะทำลายคุณ!
ฉันควรจะรู้สึกเมตตาเขา แล้วฉันก็จะโดนผนึกอยู่ในมือและชีวิตที่เหลือของฉัน!
ถูกต้อง...อย่างนั้นแหละ...
แน่นอนฉันตองคิดเพื่อตัวเองดีๆ...
หลิวยี่...ชีวิตและความตายของเขาก็ทำอะไรกับฉันไม่ได้!
หลินตงเก็บคำพูดของเธอไว้ในใจ
“ดี นายแค่ต้องบ่มเพาะพลังฉีสีแดงไปเลื่อยๆ!
หลินตงตั้งใจที่จะกลับสู่ความเป็นจริง เธอพูด “พลังฉีสีขาวนั้นถ้านายไม่แตะมันก็ไม่ต้องไปแตะมัน โอเค?
Mmmhmm ฉันจะทำทุกอย่างที่พี่สาวอมตะพูด”
หลิวยี่ได้แต่ผงกหัว
เขาไม่ต้องการกลับไปสู่aความน่าหวาดกลัวของเขาอีกแล้ว...
เขาแค่อยากจะเป็นหลิวยี่ไปเลื่อยๆที่เขาได้เป็นเสมอมา!
หลิวยี่ พยายามเข้า! นายจะต้องปราบเจ้าพลังฉีสีขางที่ใหลเวียนอยู่ได้แน่นอน
“ถ้านายไม่อยากไปฟังเลคเชอร์งั้นก็อยู่ที่และบ่มเพาะ”
การแสดงออกของหลินตงดูไม่ค่อยจะดีนัก เธอพูดด้วยเสียที่ไม่ค่อยพอใจนัก
“แม้ว่าสายพลังของฉีจะเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวของพวกมันนเอง แต่ถ้านายช่วยควบคุมพวกมันด้วยการบ่มเพาะ ความเร็วการบ่มเพาะของนายก็จะเพิ่มขึ้น ดาวหยกแรกได้พร้อมที่จะเปิดแล้ว อย่างไรก็ตามในตอนนี้ยังไม่มีพลังอมตะภายในดาวหยก บ่มเพาะที่ต่อไปและพยายามรวบรวมพลังภายในดาวหยก”
“โอเค! ผมเข้าใจแล้ว! แค่รอข่าวดีของผมก็พอแล้ว! พี่สาวอมตะ ผมหลิวยี่จะช่วยคุณได้แน่นอน!
หลิวยี่พูด เขาหลับตาเขาและเริ่มตั้งสมาธิรวบรวมพลังฉี
ควบคุมสายพลังฉีสีแดงภายในร่างกาย เขาเริ่มจะขยับมันอย่างต่อเนื่องไปทั่วร่างกายเขาผ่านทางการโคจรของสวรรค์
ในความเป็นจริง เขาได้สังเกตเห็นแล้วว่าหลังจากใช้คลื่นฝ่ามือเสน่ห์กับมู่หลงเตี่ย สถานะจิตใจของมู่หลงเตี่ยได้กลายเป็นแปลกไปจริงและร่ายกายของเขาสายพลังฉีสีแดงได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก
แต่...ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น?...
“พี่สาวอมตะ!
หลิวยี่ลืมตาขึ้นมาแล้วถามอย่างกะทันหัน
“อ้า?
หลินตงขวัญกระเจิง เธอยังใจลอยอยู่และแปลกใจที่หลิวยี่หยุดบ่มเพาะอย่างกระทันหัน
“ผมสัมผัสไปโดนมู่หลงเตี่ยด้วยฝ่ามือคลื่นเสน่ห์ นั่นมันไม่ควรจะเป็นสิ่งที่ดีถูกใหม? ทำไมสายพลังฉีสีแดงของผมถึงเพิ่มขึ้น?!
“นั่น...มันเป็นเพราะ...”
ความเป็นสุนัขจิ้งจอก หลินตงนั้นก็ฉลาดแกมโกงมาก
อย่างทันที เธอก็คิดคำตอบ
“ฉันใช้ฝ่ามือคลื่นเสน่ห์บนมู่หลงเตี่ยที่ทำให้เธอกำลังมีความรู้สึกกับนาย ด้วยการเพิ่มความรู้สึกกับนาย สายพลังฉีสีแดงโดยธรรมชาติก็เพิ่มขึ้นด้วยนั่นเป็นเพราะ...สายพลังฉีสีแดงแสดงให้เห็นถึงพลังของความรัก!
“โอ้ โอ้! ว่าแล้วต้องเป็นอย่างนั้น!
หลิวยี่พยักหน้า หัวใจของเขาก็โล่งและเขาก็เริ่มบ่มเพาะอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เขาก็เริ่มจะไตร่ตรองอีกครั้ง
การที่สัมผัสไปที่หมู่หลงเตี่ยดัวยคลื่นฝ่ามือเสน่ห์และสายพลังฉีสีแดงได้เพิ่มขึ้นอย่างมากนั้น...ถ้าผมกดเธอลงพื้น...หรือ...ถ้าผมสัมผัสผู้หญิงทุกคนในชั้นด้วยคลื่นฝ่ามือเสน่ห์...ไม่แล้วสายพลังฉีสีแดงจะไม่เพิ่มจนล้นออกมาเลยหรือ?!
ไม่ ไม่ นายทำอย่างนั้นไม่ได้ จะดีกว่าถ้าจะลืมมัน...
คุณปู่ได้พูดไว้ว่า คนหนึ่งควรจะเปิดและกว้างเมื่อไล่ตามเด็กสาว คนหนึ่งควรจะพิชิตใจเด็กสาวอย่างตรงไปตรงมา!
การใช้คลื่นฝ่ามือเสน่ห์...มันเป็นทางที่น่ารังเกียจ!
หลิวยี่เตือนตัวเองและก็เริ่มบ่มเพาะต่อไป
ตอนบ่าย คาบเรียนได้จบไปแล้ว ทุกคนได้ออกไปเพื่อรับอาหาร อย่างไรก็ตามหลิวยี่ยังคงนอนอยู่บนโตะโดยไม่รู้สึกตัวใดๆ
“เฮ้ พี่นี่มันเวลากินแล้ว! โย่!
เฉินไช่ผลักไปที่หลินยี่เพื่อปลุกเขาขึ้นมา อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ตอบสนอง
“ชิ มันต้องช่วยตัวเองเมื่อคืนนี้แน่เลย เพื่อนที่กำลังหลับเหมือนหิน”
เฉินไช่พยายามดันหลิวยี่อยู่ไม่กี่ครั้ง เห็นว่าหลิวยี่นั้นไม่ตื่นขึ้นมาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาตัดสินใจจะไปซื้นอาหารของตัวเอง
“หะ? พี่สาวเตี่ย หลิวยี่ของคุณดูเหมือนว่าจะยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย!
หวังเล่อเล่อที่กำลังออกไปกินอาหารกับมู่หลงเตี่ย เห็นว่าหลิวยี่นอนอยู่นั่น หวังเล่อเล่อก็ร้องออกมาอย่างแปลกใจ
“เขาจะกินหรือไม่กินแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?!
มู่หลงเตี่ยจ้องตาหวังเล่อเล่อ “พูดอีกครั้งแล้วฉันจะไม่พาเธอไปกินข้าวกับฉัน!
“บู่ฮู่ โปรดอย่างทำ...ฉันก็หลิว...”
หวังเล่อเล่อกอดอกแล้วพูดขึ้น “ถ้าฉันไม่กินแล้วล่ะก็นมฉันจะอดอยากและก็หดลง...ฉันไม่ได้ดูดีเหมือนพี่สาวเตี่ย...ถ้านมฉันหดเล็กลงล่ะก็...คงจะไม่มีผู้ชายคนไหนต้องการฉัน...”
Psh…ถ้าพวกเขาเอาทุกคนที่ใหญ่กว่าแล้วเธอจะต้องสาปแช่งรถเข็นที่ดึงเธอไปรอบๆ!
โดนมู่หลงเตี่ยแกล้ง
“แฮะๆ นั่นก็พูดเกินจริงมากเกินไป...คุณไม่สนใจหลิวอี้จริงๆงั้นหรอ?
“เรา...เราไม่ได้สนิทกันมาก...ลืมมัน...”
มู่หลงตี่จำได้ว่าก่อนหน้านี้เมื่อเธอโดนแตะโดยหลิวอี้ทั้งร่างของเธอก็รู้สึกอ่อนปวกเปียกและหน้าอกเธอก็ล้นออกมา ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกละอาย
“ถ้าเธอไม่ไปละก็ฉันจะทิ้งเธอนะ”
เธอวิ่งออกจากประตู หวังเล่อเล่อก็ไล่ตามเธอไป
ในเวลานั้นเอง ข้างนอกรั้วโรงเรียน
“พี่ชายเคว ไอกากหลิวอี้ยังไม่ออกมากินข้าวเลย!
เพื่อนที่ย้อมผมสีแดงเดินไปรอบๆรั้วเป็นเวลานาน
เขาจึงไปหาเควินคนที่รออยู่ไกล้ๆและพูด
Fuck!
เควินถีบไปที่รั้วโรงเรียน เขาถุยน้ำลายลงพื้นและสาปแช่ง
“ไอขี้ขลาดนี่มันกลัวออกมาแน่นอน! บิชมันแอบอยู่ข้างใน! Fuck ปล่อยมันแอบไป! แล้วมาดูกันว่าไอบิชนี่มันจะซ่อนได้ซักแค่ไหน! ในคืนหลังเลิกเรียนนี้เราจะเตะตูดมัน!
“ถูกแล้ว! เราจะจัดการมันจนเละแน่ในคืนนี้! ไอชั่วนั่นกล้าจะเตะพี่เคว มันกำลังมองหาความตาย!
“ฮ่าฮ่า ทำให้แน่ใจว่าจะทุบตีมันจนกว่าจะปางตายในคืนนี้!
เควินเยาะเย้ย
“หักขามัน! แล้วมาดูกันว่ามันจะมาโรงเรียนยังไง!
“นั่น...เราจะทำมันจริงๆหรอ?
เด็กนักเรียนรอบๆที่ได้ยินก็กลัวเล็กน้อย นี่มันไม่เกินเลยไปหรอ?!
พวกเขาเป็นนักเรียนทั้งหมด มันไม่เป็นไรที่จะสู้กัน...แต่...การทำคนพิการมัน...พวกเขากลัวเล็กน้อยที่จะทำสิ่งนั้น
“ฮ่าฮ่า พี่ชาย มั่นใจได้เลย”
เควินดึงมือถือออกมา เขาเขย่าไปสองทีแล้วพูด
“ไอหลิวอี้นี่โคตรจะช้าเลย เพื่อที่จะได้รับมู่หลงเตี่ยในด้านที่ดี ไอโง่นั่นได้ไปต่อสู้กับนายน้อยหลัน ก่อนหน้านี้ นายน้อยหลันได้ให้ฉันโทร เขาพูดว่าถ้าพวกเราจับไอโง่นี่ได้แล้วให้หักขามันสักข้าง มันจะได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลและสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น ครอบครัวของมันจะได้ดูแลมันดีๆ นอกจากนี้ เขาพูดว่าเขาจะให้พวกเรา 200 บัคกับขาแต่ละข้างที่หัก เมื่อตอนนั้นมาถึง เราจะหักขามันและพากเราเองก็จะได้ไปดื่มกันภายหลัง จากนั้นเราจะจองคาเฟ่อินเทอร์เน็ตเป็นเวลาสิบวันและเล่นลีกตลอดทั้งวัน ไม่ใช่ว่ามันเยี่ยมไปเลยหรอ?!
“เรา...เราทำอย่างนั้นได้จริงๆหรือ?...”
แม้ว่าเงินมันจะน่าดึงดูดมาก...การทำลายขาบางคน...ถ้ามีบางสิ่งเกิดขึ้น...จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาโดนไล่ออกจากโรงเรียน?!
Fuck! Fuck พวกแกกลัวอะไร?!
เควินจ้องไปที่คนที่เริ่มจะกลัวจากนั้นก็ถีบไปและด่า “ถ้าแกกลัวนักล่ะก็ออกไปจากที่นี่ซะ! ไม่ไม้เหมือนคนที่ไม่รู้ว่านายน้อยหลันเป็น! พ่อของเพื่อนเป็นเจ้าหน้าที่ดูแรสำนักงานการศึกษา ถ้าเขาจัดการเรื่องเล็กๆแค่นี้ไม่ได้แล้วเขาจะยังเรียกนายน้อยหลันได้ยังไง?!
“ทำ! เราจะทำมัน!
กลุ่มของเด็กนักเรียนเดินไปข้างหน้า
“ไม่ใช่แค่ขาเดียว? ไม่เหมือนว่าเขากำลังจะตาย! ไปเตะตูดมันกัน!
“ถูกแล้ว...ถ้ามีบางสิ่งเกิดขึ้นเราก็ยังมีนายน้อยหลัน!
“ใช่! จัดการแม่มัน! เผาครอบครัวมัน!
มีเพียงแค่เควินที่เริ่มผวกหัวด้วยความพึงพอใจ “Mmmhmm พี่ วันนี้เราไม่ได้ทำอะไรเลย เราจะเดินไปทั่วโรงเรียนมากดังนั้นไอกากนั่นจะต้องไม่สามารถวิ่งหนีออกจากห้องเรียนตอนเที่ยงเมื่อเรากลับไปที่ชั้นเรียน! ถ้าพวกเราไม่ทำลายขามันวันนี้ แล้ว ฉัน เควินคงจะต้องเป็นกระหรี่ของมัน!
แล้วเมื่อชายเหล่านี้วางแผนเสียงดังในกลางหน้าประตูโรงเรียน พวกเขาไม่รู้เลยว่าแผนของพวกเขาถูกได้ยินโดยเด็กผู้หญิงสองคน
“โอ้ไม่นะ...หลิวอี้ตอนนี้ได้ตายแน่...”
ด้วยการแสดงออกและกำลังถือกระป๋องโค้กอยู่ หวังเล่อเล่อพูดกับมู่หลงเตี่ยคนที่อยู่ถัดจากเธอในเสียงที่ต่ำชัดเจน
“ไม่เคยคิดเลยว่าหลันเหอจะเป็นคนที่บ้าอย่างนี้...เขาแม้กระทั่งพบกับนักเลงเล็กๆอย่างเควินให้จับการหลิวอี้! และถึงกับจะหักขาเขา...โอ้สวรรค์...โลกนี้ช่างยุ่งเหยิง ฉันอยากจะกลับไปดาวอังคาร!...”
“มันจะดีกว่าถ้าเธอกลับไปให้ไวๆเลย...”
จิตใจของมู่หลงเตี่ยก็ค่อนข้างตื่นตระหนกเช่นเดียวกัน
ปัญหานี้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ยังไง?!
จะเป็นยังไงถ้าหลิวอี้ขาหักจริงๆ?...
แล้ว...พรุ่งนี้คือการแข่งขัน เขาก็จะไม่สามารถทำมันได้?
ชิ นี่ไม่ใช่เวลาที่มากังวลเกี่ยวกับการแข่งขัน...
“พี่สาวเตี่ย พวกเราควรจะบอกหลิวอี้?!
หวังเล่อเล่อถามความคิดเห็นมู่หลงเตี่ย
“นี่...นี่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเรา...”
สายตาของมู่หลงเตี่ยลอกแลกเล็กน้อย “นี่เป็นปัญหาระหว่างพวกผู้ชายที่โง่เง่า...ทำไมพวกเราต้องไปยุ่งพวกมันด้วย?...”
“คุณจะไม่ไปยุ่งจริงๆ?
“จริงสิ!
“ถึงนั่นจะมีคนตาย?!
“นั่นก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเรา!
“งั้น...โอเคแล้ว...พี่สาวเตี่ยใจร้ายมาก...”
“ฉันมันใจร้ายมันเริ่มด้วย...เธอ...เธอมีเบอร์ของหลิวอี้?
มู่หลงเตี่ยถามอย่างกะทันหันขณะที่เธอมองไปทางอื่น
“ฮี่ฮี่ พี่สาวเตี่ยยังกำลังคิดถึงหลิวอี้!
“ไร้สาระ...ฉันแค่ไม่อยากจะเห็นเลือดบนพื้นเมื่อฉันออกจากโรงเรียน!
มู่หลงเตี่ยมองอย่างอื่นต่อไป เธอหลบตาหวังเล่อเล่อ “เธอก็รู้ว่าถ้าฉันเห็นเลือดแล้วจะเป็นลม”
“ใช่ใช่ใช่ นั่นถูกคต้อง คุณเป็นลมเมื่อคุณเห็นเลือด...แต่...ฉันไม่มีเบอร์ของหลิวอี้...”
“อ้ะ?
มู่หลงเตี่ยตกตะลึงเล็กน้อย
“เอาอย่างนี้...พี่สาวเตี่ยไปและบอกหลิวอี้กับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง?....”
หวังเล่อเล่อพูดขณะที่เธอมองไปที่มู่หลงเตี่ย เธอกระพริบตาไม่กี่ครั้งเหมือนกับลูกหมา
“หยุดล้อเล่นได้แล้ว! ฉันไม่ไป!
มู่หลงเตี่ยจ้องไปที่ท่าทางหวังเล่อเล่อ “ชีวิตของเขามันเกี่ยวอะไรกับฉัน?! ทำไมฉันต้องไป?! ถ้าเธออยากไปบอกเขานักก็ไปบอกเองสิ!
“ไอหยาหยา...งั้นพี่สาวเตี่ยก็ไม่สนเกี่ยวกับชีวิตของหลิวอี้?
“ทำไมฉันต้องสนใจเขา?! ฉัน มู่หลงเตี่ย ไม่มีความสนใจในตัวเขาเพื่อที่จะเริ่มต้นด้วย!
“จริงๆ?
“จริงแน่นอน! เด็กซนนอ้ย หยุดกวนฉันได้แล้ว หลีกไปซะ!
“ไอหยา...งั้นก้ได้ หลิวอี้คงแค่โดนทุบตีจนตาย!
หวังเล่อเล่อผงกหัวและพูดด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า
“เธอ...มันไม่มีความเห็นใจ!
อีกครั้งที่มู่หลงเตี่ยจ้องไปที่ตาหวังเล่อเล่อ
หวังเล่อเล่อรู้สึกว่าเธอผิดไปมาก!





ความคิดเห็น