MAI KITSUNE WAIFU ตอนที่ 22 แปลไทย


MAI KITSUNE WAIFU

Chapter 22 Hard To Fathom A Person’s Mind
“นายมันแย่มาก ฉันรอนายมาครึ่งวันแล้ว แต่นายกลับมาตอนนี้?!
หลินตงจ้องไปที่หลิวยี่และทันใดนั้นก็ราวกับมีน้ำเย็นมาราดลงบนตัวเขา
“ความรู้สึกของการเป็นฮีโร่ที่ได้ช่วยเจ้าหญิงผู้งดงามมันเป็นยังไง? พอใจใหม?
เมื่อเขาจำได้ว่าเขากลายเป็นคนที่ชั่วร้าย หลิวยี่ก็รู้สึกอึดอัดและละอายใจ
“โห? นายไม่รู้สึกอะไรจริงๆ? ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็ผู้หญิงคนนั้นจะต้องเริ่มสงสัยในความเป็นลูกผู้ชายของนาย!
“นั่นคือ...ไม่มัน...มันค่อนข้างดี....”
หลิวยี่พูด เขาดีใจที่ได้โชว์ออฟต่อหน้ามู่หลงตี่และได้รับผ้าเช็ดหน้าเธอมา
ถ้าพูดว่าไม่พอใจมันคงเป็นเรื่องโกหก!
“งั้นนั่นก็เป็นเรื่องดี! ขณะที่ฉันพูด เรียนรู้วิธีการฝึกตนแห่งอมตะต่อจากคุณหญิงคนนี้แล้วมันจะเป็นประโยชน์กับนาย!
หลินตงพูดต่อ “เมื่อนายไปถึงเขตแดนมนุษย์ขั้นสูง นายจะกลายเป็นสุดยอดผู้เชี่ยวชาญ สุดยอดฮีโร่และเมื่อเวลานั้นมาถึงจำนวนของหญิงสาวผู้ที่ชอบนายคงจะมากเกินนายจะนับไหว!
“แท้จริงแล้ว...นี่คือเหตุผลที่ฉันต้องการให้นายเริ่มฝึกตนอมตะ... ไม่ใช่เป็นแค่เป้าหมายในการได้รับหญิงสาวอีกต่อไป...”
หลิวยี่ก็ถอนหายใจฉับพลัน
“อะไร? นายยังคิดเรื่องหม่ายี่ซวนผู้หญิงนั่นอีก?
หลินตงเม้มริมฝีปากเธอ เธอมองไปที่หลิวยี่ด้วยความดูถูก “นายมันไร้ประโยชน์! นายลุกขึ้นมาไม่ไหว?! นายยังไม่ลืมเกี่ยวกับนังนั่นอีก?! มีปลามากมายในทะเล! ทำไมนายต้องจ้องแค่ดอกไม่เน่าๆนั่น?!
เธอกำลังจะบอกว่าให้ฉันไปเป็นเกย์?...
หลิวยี่ยืนยันความคิดของเขาและพูด
“เหตุผลที่ว่าทำไมฉันต้องการฝึกตนเป็นเพราะฉันไม่ต้องการที่จะโดนมองลงมา! ฉันต้องการยู่พวกนั้น ฉันหลิวยี่ไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาด! ฉันหลิวยี่สามารถทำสิ่งต่างได้มากมาย!
“ใช้ชีวิตเพื่อดูว่าคนอื่นจะมองนายยังไง...ทำไมนายต้องทำอะไรที่น่าเบื่อแบบนั้นด้วย?
หลินตงก็ให้คำแนะนำกับหลิวยี่ทันที”การเพาะปลูกการฝึกตนด้วยผลประโยชน์ส่วนตัวของพวกเขาเองและไม่ต้องพิสูจน์ว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น นายควรจะเริ่มด้วยความคิดแบบนี้ ฉันกลัวว่าความคิดของนายจะตื้นเกินไป....”
ฉับพลันนั้นก็มีบางสิ่งเข้ามาในจิตใจของหลิวตง
ทำไมฉันถึงเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง?!
เมื่อไหร่ที่ฉันต้องการให้เขาฝึกตนอมตะให้บังเกิดผล?
ไม่ใช่ว่าฉันต้องการเพียงแค่ใช้เขา? ฉันต้องการให้เขาได้รับความแข็งแกร่งที่เพียงพอและดูดกลืนพลังปีศาจแล้วก็หนีออกจากร่างนี้?!
มันกลายเป็นอย่างนี้ได้ยังไง...ทำไมฉันถึงเริ่มสนในการพัฒนาในอนาคตของเขา?...
นี่...หรือว่านี่คือวิทยาศาสตร์ด้วย?...
หลินตง เกิดอะไรขึ้นกับเธอ?
หลินตงก็เริ่มสับสนอย่างฉับพลัน
“สิ่งที่คุณพูดมามันก็ถูกต้อง แต่ผมก็ยังกังวลว่าคนอื่นจะมองผมยังไง”
ต่อมา หลิวยี่เขาก็ยังคงไม่รู้ว่าหลิวตงกำลังใจลอยจนลืมตัวไปแล้ว
“ผมไม่ต้องการถูกมองลงมาโดยคนอื่นเพราะว่าฉันไม่แข็งแกร่งพอที่จะทำให้พวกเขาตกใจ คุณปู่ของผมเคยพูดว่าถ้าคนผู้นั้นมีความแข็งแกร่งมากแม้ว่าเขาจะถูกมองลงมาโดยคนอื่น เขาก็ไม่สนในเพราะว่าเขารู้ว่าคนเหล่านั้นก็เป็นแค่ลมที่พัดผ่านภูเขา สุดท้ายมันก็ไม่มีทางที่จะเขย่าภูเขาได้ด้วยตัวมันเองอยู่ดี”
“......”
หลินตงยืนอยู่โดยไม่รู้สึกตัว เธอไม่ได้ตอบสนองต่อหลิวยี่เลย
“พี่สาวอมตะ?
หลิวยี่พลันเรียกหลินตงออกไป
ทำไมจิ้งจอกน้อยตอนนี้ถึงไม่สนใจเขาเลย?
“อ้า? อ้า! ไม่เป็นไร”
หลินตงกระแอมออกมาสองที เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเธอ การแสดงออกของเธอแสดงให้หลิวยี่เห็นว่ามันไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย
โชคดีที่หลิวยี่ไม่เห็นหน้าเธอชัดเจนนัก มิฉะนั้นเธอจะต้องอายมากแน่นอน
“ไม่ว่าคุณจะคิดยังไง มันจะดีที่สุดตราบเท่าที่นายบ่มเพาะอย่างรัดกุม นายก็รู้ ฉันพอใจกับนายมากขณะที่นายแสดงให้เห็นว่านายไม่มีดีอะไรเลย ดูเหมือนว่านายจะยังไม้เน่าและยังคงเปลี่ยนแปลงได้อยู่”
“โอ้? คุณหมายความว่ายังไงกัน?
นี่คือครั้งแรกที่หลินตงชมเขามันทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อย
“ใช่...ฉันพบว่ามีพลังอมตะบางอย่างซ่อนอยู่ภายในตัวนาย?
หลินตงคิดว่าพลังอมตะนั้นอาจจะมาจากผู้หญิงอมตะนั่น...
เมื่อเธอโดนนางนั่นผนึกไว้ในมือขวาของหลิวยี่ เธอจะต้องใช้พลังอมตะบางส่วนชองหล่อนแน่นอน
พลังอมตะนี้อยู่ภายในร่างกายของหลิวยี่ และตอนนี้หลิวยี่มีทางบางอย่างที่ได้เริ่มบ่มเพาะพลังอมตะและพลังอมตะบางอย่างได้เริ่มเคลื่อนที่ด้วยตัวของมันเองราวกับว่วมันสอดคล้องการเคลื่อนที่ของกับกระบวนการอมตะ....
พลังอมตะนั้นได้รับอย่างฉับพลันมากและพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนมันสร้างผลร้าย
เมื่อบ่มเพาะพลังอมตะเพิ่มขึ้น เขาจะต้องฝึกฝนจิตใจเขาด้วย
อย่างไรก็ตาม หลินตงไม่ได้บอกวิธีฝึกจิตใจให้กับหลิวยี่
นั่นเป็นเพราะหลินตงคือปีศาจ เมื่อปีศาจบ่มเพาะพวกเขาเพียงทำตามสัญชาตญาณของปีศาจเท่านั้นและไม่ต้องฝึกจิตใจของพวกเขา
ถึงอย่างนั้น การปฎิบัติของมนุษย์นั้นทุกๆครั้งที่บ่มเพาะวิธีที่พวกเขามี พวกเขาจะมีวิธีการฝึกจิตใจของพวกเขาควบคู่ไปด้วย
สิ่งที่หลิวยี่หลิวยี่ทำอย่างนั้นคือวิธีการของปีศาจที่หลินตงบอกเขา พระสูตรหัวใจจิ้งจอกสวรรค์
พระสูตรหัวใจจิ้งจอกสวรรค์นั้นเป็นวิธีการบ่มเพาะของปีศาจ แต่หลิวยี่ตอนนี้ก็กำลังใช้มันอยู่
ตามแผนที่หลิวตงได้วางไว้ ตราบเท่าที่หลิวยี่ใช้พระสูตรหัวใจจิ้งจอกสวรรค์ เขาจะสามารถเปิดดาวหยกแรกได้ เมื่อเขาเปิดมันเธอก็จะสามารถซึมซับพลังปีศาจจากดาวหยกของเขาพลังของเธอก็จะเพิ่มขึ้น
ใครจะไปคาดคิดว่าพลังอมตะภายในตัวของหลิวยี่ได้เคลื่อนไหวเป็นครั้งแรก ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนของพลังอมตะของหญิงสาวอมตะที่ทิ้งไว้นั้นไม่ได้น้อยๆเลย
ถ้าหลิวยี่ไม่ฝึกตนแล้วล่ะก็พลังนี้จะค่อยๆกระจายออกไปแน่นอนในสิบยี่สิบไปถัดไป อย่างมากมันก็คงจะเพิ่มอายุขัยของหลิวยี่ได้เล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม หลิวยี่ได้เริ่มเข้าสุ่เส้นทางของการฝึกตนแล้ว สถานการณ์ตอนนี้แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
พลังอมตะเหล่านี้ได้ถูกไช้อย่างเต็มที่โดยร่างกายนี้ โดยทำตามการโคจรของสวรรค์ พลังจะยอมรับให้หลิวยี่ก้าวเข้าไปในประตูการบ่มเพาะอย่างแท้จริง
ขณะที่พลังได้เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน จิตใจของหลิวยี่ก็จะไม่คงที่ด้วยเช่นกัน!
จิตใจที่ไม่มั่นคงนั้นจะทำให้เกิดปีศาจขึ้นมาภายใน!
ปีศาจภายในนั้นจะกระตุ้นความเร็วในการบ่มเพาะพระสูตรใจจิ้งจอกสวรรค์ของหลิวยี่โดยตรง
ปริมาณของพลังปีศาจที่เขามีในร่างกายเขานั้นจะเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากการกระตุ้น
ทั้งสองพลังที่กระตุ้นกันและกันจะทำให้หลิวยี่เปิดดาวหยกแรกได้ที่เป็นก้าวที่น่าอัศจรรย์
เดิมทีสิ่งนี้มันเป็นประโยชน์เพื่อหลินตง!
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าเธอค้นพบว่ามันเป็นเพราะพลังอมตะได้ขัดขวางไว้ มันได้กลายเป็นเรื่องยากที่เธอจะได้รับพลังปีศาจจากดาวหยกของหลิวยี่อย่างมหาศาล!
เพียงแค่เมื่อปริมาณของพลังปีศาจภายในตัวของหลิวยี่นั้นเติบโตและเหนือกว่าปริมาณของพลังอมตะที่เขามีเธอก็จะสามารถสกัดพลังปีศาจได้อย่างสมบูรณ์ตามที่เธอต้องการ....
มันคงจะดูเหมือนว่าเธอต่อต้านหลิวยี่จนกว่าเขาจะแข็งแกร่งขึ้น
มีเพียงทางนี้เท่านั้นที่เธอจะสามารถสกัดพลังปีศาจจากเขาได้
เธอจะปล่อยให้หลิวยี่เพิ่มพลังปีศาจของเขาอย่างต่อเนื่อง!
หลิวยี่ตอนนี้ เขายังคงไม่แข็งแกร่งพอ!
แต่เดิมแล้ว คนๆหนึ่งจะต้องมีวิธีการเพื่อเพิ่มพลังปีศาจของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม หลินตงพบว่าหลังจากที่หลิวยี่ทำตามวิธีพระสูตรหัวใจจิ้งจอกศักดิ์สิทธิ์ เขาก็จะได้รับความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งของตระกูลจิ้งจอกที่พวกเขามีอยู่ดี!
ผู้หญิงของตระกูลจิ้งจอกได้รวบรวมพลังหยางเพื่อเติมเต็มพลังหยินทีมีอยู่ในตัวพวกเธอ
ผู้ชายของตระกูลจิ้งจอกได้รวบรวมพลังหยินเพื่อเติมเต็มพลังหยางทีมีอยู่ในตัวพวกเขา
ถึงแม้ว่าหลิวยี่จะไม่ใช่สมาชิกของตระกูลจิ้งจอกจริงๆ เขาก็ดูเหมือนว่าจะมีความสามารถนี้ด้วย
โชคดีที่ความสามารถของเขาดูเหมือนว่าจะยอดเยี่ยมกว่าผู้ชายในตระกูลจิ้งจอกมากกว่า
ความจริงแล้วเขาสามารถเพิ่มพลังหยินของผู้หญิงหลังจากได้รับความประทับใจของพวกเธอและดูดซับพลังเพื่อเพิ่มพลังของเขา
นี่...เป็นความสามารถที่อุกอาจมาก!
ด้วยผู้หญิงมากมายรอบๆนี้...เมื่อเขาแช่ลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจเล็กน้อย...แล้วมันจะไม่ใช่พลังของพระสูตรหัวใจจิ้งจอกสวรรค์พุ่งขึ้นไม่หยุด?!
ในกรณีที่เขานั้นโชคดีพอคงจะได้รับสาวมากกว่าสองคน...
แล้วหลินตงก็จะสามารถหนีออกไปจากผนึกในมือขวาได้สำเร็จและคืนอิสระให้กับเธอ!
ฮ่าฮ่าฮ่าอ่า! ใช่! มันต้องอย่างนี้!
หลินตงไม่อาจกลั้นไว้ได้แต่มันคือความสุข
เดิมทีเธอคิดว่ามันคงจะใช้เวลานานนานมากก่อนที่เธอจะหนีได้
ใครจะไปคาดหวังว่าเธอแท้จริงแล้วโดนผนึกภายในวุตถุที่ดีเยี่ยม
โชคของคุณหญิงหลังจากนี้ต้องไม่เลวร้ายแน่!
ถ้าทุกอย่างมันเรียบร้อยดีล่ะก็ไม่เพียงแต่เธอจะหลบหนีออกจาผนึกได้ เธอยังสามารถดูดกลืนพลังของหลิวยี่ได้ด้วยมันจะทำให้ตัวของเธอดีขึ้นอย่างมาก
เห็นว่าหลินตงที่ใจลอยและหัวเราะ หลิวยี่เร่งรีบถามออกมา
“พี่สาวอมตะ คุณโอเคมั้ย?
“อ่า ฉัน...ฉันไม่เป็นไร”
หลินตงฟึ้นตัวอย่างรวดเร็วและพูดอย่างเฉียบขาด
“ตอนนี้มีสองพลังอยู่ภายในร่างนาย แดงหนึ่งมาจากพระสูตรหัวใจที่นายกำลังฝึกอยู่ ขาวหนึ่งคือพลังชั่วร้ายนั่นคือศิษย์น้อยของฉันที่หลบนี้ออกมา มันเป็นพลังสีขาวนี้ที่ทำให้นายเป็นคนเลว”
“อ่า?
หลิวยี่รู้สึกแปลกใจมาก
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขารู้สึกประหลาดตลอดเวลา ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาได้เสียสติไปและมันเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการจะทำ!
ทั้งหมดที่มันเป็นอย่างนี้เป็นเพราะว่าฉีสายสีขาวนี้!
หลิวยี่เริ่มจะตื่นตระหนก
“แล้วฉันควรทำอย่างไรดี? ....ฉันสามารถเอาฉีสายสีของออกไปจากร่างฉันได้ใหม?!
“คิดว่ามันทำง่ายนักรึไง?!
หลินตงเห็นว่าหลิวยี่ตื่นตระหนกและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ รอยยิ้มก็ปรากฎขึ้นมาที่มุมปากของเธอ
เด็กน้อย นายไม่สามารถหนีไปจากฝ่ามือของคุณหญิงคนนี้ได้หรอก!
หลิวยี่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้นั้นหลินตงภูมิใจในตังเองแค่ใหน เขาตกอยู่ในความตื่นตระหนกอย่างมาก
เขาจะบ่มเพาะอมตะที่ได้ผลจริงต่อปีศาจที่กลืนกินจิตใจเขาและการแสดงออกของเขายังไง?!....
นี่มันน่ากลัวและอึดอัดจริงๆ
“แล้วฉันควรทำยังไงดี?
“เพียงแค่นายบ่มเพาะพลังสีแดงของฉีไปเลื่อยๆจนกว่ามันจะต่อต้านพลังสีขาวของฉีได้และสุดท้ายก็กำจัดพลังขาวของฉีไป!
หลิวยี่พูดอย่างหนักแน่น เขาต้องการที่จะต่อต้านความชั่วร้ายที่ไม่ดีต่อเขาอย่างมาก
“แน่นอน มันเยี่ยมจริงๆ!
หลินตงนั้นมีความสุขมาก”และมันจะดีกว่านี้ถ้านายเชื่อฟังสิ่งที่ฉันสอน!
“ได้เลย แน่นอนอยู่แล้ว! ผมจะฟังคุณ!
หลิวยี่ไม่รู้ว่าหลินตงได้ลวงเขาลงหลุมไปแล้ว เขาคิดว่าเธอกำลังช่วยเขาอย่างบริสุทธิ์ใจและก็รู้สึกขอบคุณเธอทันที
“พี่สาวอมตะ วางใจได้เลย ผมจะบ่มเพาะอย่างเต็มที่และช่วยคุณออมมาในไม่ช้านี้แน่!
หลินตงภูมิใจในตัวเธอมาก อย่างไรก็ตาม คำพูอที่ออกมาจกหลิวยี่ก็สตันเธออย่างกะทันหัน
รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของหลินตงทันที
มองเห็นว่าหลินตงหยุดพูดไปอีกครั้ง หลิวยี่ก็ถามอย่างกังวลใจ
“พี่สาวอมตะ เกิดอะไรขึ้น?
“นาย...ต้องการจะช่วยฉันออกไปจริงๆ?
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว!
หลิวยี่พยักหน้า”หรือว่ามีอะไรแปลกงั้นหรอ?
“แต่...พวกเราเพียงแค่เจอกันโดยบังเอิญ ทำนายถึงอยากจะช่วยฉันล่ะ?
“คุณพูดอะไรน่ะ?! คุณพี่สาวอมตะคุณช่วยผมไว้ตั้งสองครั้งนะ!
หลิวยี่กล่าวต่อ “โชคดีที่คุณรู้ว่าผมมันไม่มีดีอะไรเลยและเรียกผมว่าคนไรประโยชน์ แต่คุณก็ยังคงช่วยผมและไม่ได้หันหลังให้กับผม ปู่ผมพูดไว้ว่าเมื่อจะต้องจะต้องตอบแทนบุญคุณคนอื่นก็ควรจะตอบแทนกลับไปเป็นพันเท่า พี่สาวอมตะได้ช่วยผมไว้มากมาย แม้ว่าผมจะต้องเสี่ยงชีวิต ผมก็จะช่วยคุณให้ได้!
“นาย.....”
เห็นว่าหลิวยี่แสดงออกอย่างเปิดเผย หลินตงก็สั่นสะท้านจากหัวไปจนเท้า
“ไม่คิดเลยว่า...คำนั้นมันจะซับซ้อนมากมาย...คุณปู่บอกนายหรือเปล่าว่ามันยากที่จะเข้าใจจิตใจของคนอื่น?....”
ราวกับว่าโดนเข้าสิงโดยบางอย่าง หลินตงก็ได้พูดคำนั้นออกมา






ความคิดเห็น