Riaru de Reberu Age Shitara Hobo Chitona Jinsei ni Natta
Chapter 2: The High and Lows of a Leveling Game
ก่อนที่เขาจะได้พบกัยเฮร่า
ไทโยวเป็นนักเรียนม.ปลายที่โคตรจะธรรมดา สำหรับการสอบปกติแล้วเขาจะเรียนในนาทีสุดท้ายซึ่งทำให้เขาหลีกเลี่ยงความล้มเหลว
ส่วนชั้นเรียนกายภาพเขาแทบจะตามไม่ทันด้วยลู่และสนามของนักเรียนดังนั้นเขาจะไม่เป็นตัวถ่วง
ใบหน้าเขาก็ธรรมดา.......นอกจากนี้เขาคิดว่าคงไม่มีโอกาศที่เขาจะมีแฟนได้และแต่ละปีในวันวาเลนไทน์และวันคริสมาสต์เขาก็โดดเดี่ยว
เขาจินตนาการเกี่ยวกับว่ามีเพื่อนสมัยเด็กคนที่เขาสัญญาเพื่อจะแต่งงานกันหรือแม้แต่เขาถูกเรียกตัวไปอีกโลกหนึ่งโดยสาวสวยสีชมพูและได้รับการปฏิบัติเหมือนสุนัขสัตว์เลี้ยง
ถ้าเรื่องพวกนั้นมันเกิดขึ้นมันคงจะเหมือนกับไทโยวได้โฮมรัน แต่เขาโชคไม่ดีไม่มีสักเรื่องเดียวที่จะตกใส่ชีวิตเขา
(Eng: ผมคิดว่าสาวสวยสีชมพูคือ Zero no Tsukaima
อสูรรับใช้ของยาย 0 สนิท)
ดันนั้นในวันปกติ สำหรับเขา: สายตา รสชาติ กลิ่น ความรู้สึกและการได้ยิน
เขาจะไปลิ้มรองให้เป็นเหมือนทุกวันที่ปกติ....อย่างน้อยมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น
ในตอนเช้า
ไทโยวสวมชุดนักเรียนและกำลังเดินไปบนทางโรงเรียนของเขาในขณะที่เล่นมือถือ
เขาพึ่งได้มือถือนี้มาเมื่อวานมันถูกโฆษณาว่าเป็นรุ่นใหม่ร่าสุดที่ทนทานมาพร้อมการรับประกันที่ดี
หน้าจอไม่มีรอยขีดข่วนสักรอย
และในนั้นกำลังแสดงตัวนักดาบหญิงในพื้นหลังแฟนตาซีสไตย์ตะวันตก
นักรบหญิงนี้ขยับได้คล่องแคล่วมากตอนต่อสู้กับสัตว์ประหลาดสีโลหะ ขณะที่กำลังเดินอยู่บังคับตัวละครอย่างง่ายดาย
และหลังจากนั้นเขาก็เอาชนะสัตว์ประหลาดสีโลหะที่โผล่ออกมาอีกครั้งหนึ่ง ที่มุมจอมีเลเวลของตัวละครแสดงอยู่
เธออยู่เลเวลที่สูงมากคือ 254 ความจริงระดับของเขาสูงมากนั่นแสดงให้เห็นว่าเกมส์ใกล้ถูกเคลียร์แล้ว
“อรุณสวัสดิ์นัตสึโนะ เล่นเกมส์อีกแล้วหรอ”
“หืม? โอ้นาคาจิม่าอรุณสวัสดิ์”
เป็นเพราะว่าเสียงที่เรียกออกมาทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์
และที่ยืนถัดไปจาเขาคือเพื่อนร่วมห้องของเขา นาคาจิม่า คาสึกิ
เขาไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเรียกว่าเพื่อน/เพื่อนสนิท คาสึกิก็แค่เป็นคนที่เป็นมิตรกับผู้คนและเขาพูดคุยกับทุกคน
ไทโยวพูดคุยอย่างคุ้นเคยโดยไม่ได้ตั้งใจกับคาสึกิ
ขณะที่เขากำลังเดินต่อไปทีละก้าวกับคาสึกิ
เขาจ้องกลับลงไปที่โทรศัพท์และเดินต่อไป
“นายกำลังเล่นอะไรอยู่หรอ?....รอก่อน
นายเล่นเกมนั้นมานานแล้วนี่คือเนตเกมหรอ?”
“ไม่ มันก็แค่เกม RPG ปกติ มีฟังชั่นออนไลน์แทบทุกอย่างที่สามารถใช้ได้กับเจ้านี่”
“ฮี่ นายเล่นเกม RPG แบบปกติเป็นเวลานานๆได้หรอ?.....หือ
เลเวลของนายนี่โคตรสูงเลย?!!!”
“มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”
มองไปที่ใบหน้าตกใจของคาสึกิ
เขาค่อนข้างพอใจกับท่าทางนี้ และเขารู้สึกพึงพอใจเล็กน้อย
ดังนั้นเขาจึงตอบอย่างพอใจ
“เกมนี่เลเวลมันตันแค่ 255 ก่อนที่จะหยุด มากสุดฉันคิดว่าพรุ่งนี้ก็ถึงแล้ว”
“งั้นหรอ?
มันคงจะใช้เวลามากมายเพื่อเพิ่มเลเวล นั่นมันสุดยอดไปเลย
ถ้านายเพิ่มเลเวลมากอย่างนี้ลาสบอสคงจะหวานหมู”
“อ๊ะ?
นี่มันไม่มีลาสบอสหรอกนายไม่รู้หรอ?”
ไทโยวเงยหน้าและได้แสดงท่าทางระหว่างพูด
“นายพูดเรื่องอะไร?”
“นายเอาชนะลาสบอสไม่ได้?
งั้นแล้วจุดหมายในการเพิ่มเลเวลคืออะไร?”
“.....เพราะว่ามีค่าประสบการณ์ให้ฟาม?”
“ฉันไม่เข้าใจจุดนั้น! มันงงยิ่งกว่าปีนภูเขาซะอีก!”
“ฉันหมายความว่า
ถ้านายไม่เอาชนะลาสบอสงั้นทำไมนายถึงพยายามอย่างหนักเพื่อเพิ่มเลเวล?
นี่จริงๆแล้วมันสนุกหรอ?”
“มันสนุกสิ
เพราะว่าเมื่อนายเพิ่มเลเวลในเกม นายจะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น!”
“งั้นถ้านั่นเป็นความจริง
เกมนี้ถูกสร้างขึ้นมาแบบนั้น”
“นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันกำลังเล่นมันอยู่”
“???”
ได้ยินไทโยวตอบกลับ
คาสึกิเอียงหัวและแสดงใบหน้าที่สับสนออกมา
แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อน
เมื่อไทโยวพยายามจะอธิบายรายละเอียดทั้งหมดเขาก็มองกลับมาแปลกๆ
ด้วยเหตุนี้ไทโยวจึงไม่อธิบายไปมากกว่านี้
เขาก็กลายเป็นเงียบ
และขณะกำลังเดินก็กลับไปฟามค่าประสบการณเหล่านั้นต่อ
นักรบหญิงในเกมเอาชนะสัตว์ประหลาดสีเทาเข้าไปเลื่อยๆ
แม้ว่าจำนวนค่าประสบการจากมอนส์เตอร์เหล่านี้จะไม่สูงมาก
นี่ก็เป็นมอนส์เตอร์ที่เอาชนะได้งายๆ
และภายในเกมนี้มันเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการฟามค่าประสบการณ์
แม้ว่าเขาจะไม่ได้นับอย่างถูกต้องและพูดได้ไม่เต็มร้อย
จำนวนครั้งที่เขาเอาชนะมอนส์เตอร์เฉพาะนี้คาดว่าคงเกิน 10,000 ครั้ง
เมื่อรู้ความจริงดังกล่าว
มันเป็นมากกว่าเกมส์มันใกล้เคียงกับงานน่าเบื่อมากกว่า
อย่างไรก็ตามไทโยวไม่สนใจความจริงนี้
แม้ว่ามันจะเป็นงานน่าเบื่อแต่ถ้ามันสามารถเพิ่มเลเวลให้เขาได้เขาก็มีความสุขแล้วและทำอย่างเดิมต่อไปเลื่อยๆ
เขาเป็นมนุษย์ประเภทนั้นล่ะ
แม้ว่าคาสึกิจะเดินไปข้างๆทีละก้าวกับไทโยวคนที่โฟกัสไปที่เกมส์
ในเวลาสั้นๆเขาก็เห็นเพื่อนสนิทของเขาหลายคนและเขาก็โบกมือไปทางพวกนั้น
“อรุณสวัสดิ์คาซาเนะจัง
โคโตเนะจังและซูซุเนะจัง แม้แต่วันนี้ความน่ารักของสาวน้อยที่แสดงออกมาก็คูณด้วย 3! โอ้ทางนี้ๆ ผมบังเอิญได้ยินที่คุยกันเมื่อวันก่อน
ผมได้ยินมาว่าเพราะพวกคุณเป็นแฝดสาม พวกคุณทุกคนจึงชอบผู้ชายเหมือนกันจริงหรอ?”
ไทโยวเงยหน้าขึ้นและเหลือบไปเห็นพวกเธอ
ผู้คนของคาสึกิกำลังพูดถึงอยู่ต้องเป็นสามสาวอย่างแน่นอน
แม้ว่าพวกเธอเหมือนกันยิ่งกว่าแกะซะอีก พวกเธอแตกต่างจากแฝดสามคนอื่นเล็กน้อย
นี่คือเหตุผลที่พวกเธอโคตรฮ็อตมาก ไม่ใช่แค่ที่พวกเธอโคตรจะน่ารัก
พวกเธอยังป็อปสุดๆและยังเป็นคนดังอีกด้วย
ได้ยินคำพูดของคาสึกิ ไทโยวคิดว่าถ้าแค่ฉันได้แฟนสาวสวยๆแบบผู้หญิงพวกนี้นะ...แต่เขาก็รีบสลัดความคิดนั้นออกจากหัวเขาอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดแล้วเขาก็เป็นได้แค่คนทั่วไป
ในขณะที่กลุ่มคนอื่นๆโคตรจะน่าพอใจ เขาคิดเรื่องส่วนตัวไปชั่วขณะนึง
ก่อนที่เขาจะกลับสู่โลกเกมของเขาเอง
แม้ว่าที่โรงเรียนไทโยว
ใช้เวลาว่าของเขาเพื่อการเลเวลอัพ แม้ว่าจะมีเวลาพักไม่กี่นาที
เขาก็คงจะดึงมือถือออกมา peta peta pochi pochi (เสียงที่เขากดมือถือ) เขาก็คงจะอุทิศเวลาส่วนตัวไปล่ามอนเตอร์เหมือนเดิมด้วยนักรบหญิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังจากนั้นไม่กี่ปีของการปั้มเวลจนตัวงอ
แม้ว่าเขาจะเริ่มเกมใหม่ในไม่ช้าเขาก็จะพบช่องโหว่เล็กๆที่เขาสามารถจะหาได้และเอาชนะมอนส์แล้วก็เก็บค่าประสบการณ์ในที่สุด
แม้ว่าตอนนี้
เขาจะพบพื้นที่ล่าสุดเพอร์แฟคของตัวเอง
ที่ซึ่งทำให้เขาได้ค่าประสบการณ์สูงจำนวนมาก และเขายังจดจ่อกับความพยายามที่จะฟาร์มเวลของเขา
ทันทีหลังเลิกเรียน จำนวนของค่าประสบการณ์ที่เขารวบรวมในตัวละครในที่สุดก็เกิน 99% เขาคาดว่าจะเลเวลอัพในทุกสามสิบนาทีจากวิธีการที่บ้าบอของเขา
จากการที่เขาเคลีย์เกมส์โดยไม่ทำเนื้อเรื่องที่สมบูรณ์หรือเอาชนะบอสตัวสุดท้าย
มันคือการบรรลุเลเวลระดับสูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในอีกความหมายคือนี่คือการเคลียร์เกมในสายตาเขา
ความตรึงเครียดของเขาพุ่งไปถึงขีดจำกัด
ก็เหมือนกับที่เขาไปโรงเรียน
เขาใช้เส้นทางเดียวกันในการกลับบ้าน เขากำลังเดินและเล่นมือถือไปด้วย
(อีกแค่นิดเดียว .....99.51
…..99.52 …..99.53……)
ด้วยการที่มอนส์ที่เขาเอาชนะในแต่ละตัวจะได้รับ
0.001 EXP ในตอนเริ่มต้นนี้มันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาไกล้จะถึงเป้าหมายแล้ว ทุกเปอร์เซ็นที่นับถอยหลัง
เสียงหัวใจเริ่มจะเต้นรัว และทำบางสิ่งที่ปกติเขาไม่ทำ ซึ่งเป็นเครื่งยืนยันได้ว่าเขาได้รับค่าประสบการณ์ในแต่ละครั้ง
เขากลายเป็นคนตื่นเต้น
และในสมองก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
นี่เป็นเพราะว่า สิ่งที่เขาจะทำโดยบังเอิญได้ลดลงจากใจเขาและเขาก็ลงเอยด้วยการไม่ทำมันเลย
สิ่งที่เขาทำมาเมื่อไม่นานนี้ได้ถูกละทิ้งอย่างสมบูรณ์นั่นคือการดูว่าเขากำลังไปที่ใหน
——DONN! (เสียงแอฟเฟคหยุดทำงาน)
ทันใดนั้นมุมมองของเขาก็มืดมัว เขาโดนชนเข้ากับบางสิ่งที่อยู่ตรงด้านหน้าเขาและในเวลาเดียวกันก็ได้ยินเสียงร้องเล็กๆดังขึ้นมา
ในช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นนั้นเอง
มือถือของเขาได้ลื่นออกจากมือที่เปียกเหงื่อและหายไป
“อ้า...”
มือถือเขาลอยไปเหมือนกลับเส้นพาลาโบลาบินผ่านห้วงอวกาศและเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างเป็นภาพสโลดมชั่น
มันราวกับว่าโลกเกือบจะหยุดนิ่งและมีความรู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งแย่ๆกำลังจะเกิดขึ้น
เขารู้ได้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยสัญชาติญาณ
เขาเอื้อมมือออกไปสายคล้องมือถือของเขาแต่มันไร้ประโยชน์
อย่างไรก็ตาม
ร่างกายเขาไม่สามารถตอบสนองได้ทัน แม้ว่าเขาจะเร่งสมองจนสุดขีดก็ตาม
เขาไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าคนธรรมดา
สายคล้องมือถือของเขาค่อยๆลื่นหลุดออกจากนิ้วเขาอย่างเชื่องช้า
ความตั้งใจของเขาคือการคว้ามือถือแต่ร่างกายเขาไม่ตอบสนอง
มีเพียงแค่จิตใจเขาเท่านั้นที่สามารถคว้ามือถือไว้ได้
อีกไม่นานสมาทโฟนซึ่งไปเกินกว่าวิถีของมันก็ค่อยๆล่วงลงไป-
——–DOKA ! BAKI BAKI BAKI! (เสียงสมาทโฟนกระแทก)
มือถือซึ่งตกลงไปที่ถนนได้พุ่งออกไปและกระแทกเข้ากับรถบรรทุกกลายเป็นเศษชิ้นส่วนกระจัดกระจาย
เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองหรือความคิดต่างๆ เขาจึงทำได้แค่มองอย่างโง่งมไปที่เศษชิ้นส่วนที่เสียหาย
เขาจำไม่ได้ว่าเขากลับมาที่ห้องของเขาเองได้ยังไง
ก่อนที่เขาจะรู้ตัวเขาก็อยู่ในห้อง 6 ตร.ม. ที่ยุ่งเหยิง
และชิ้นส่วนที่แตกกระจายของสมาทโฟนได้วางอยู่บนโตะซึ่งเขาได้จ้องมองมันอย่างว่างเปล่า
สมบัติอันมีค่าที่สุดของเขาไม่ตอบสนองอีกต่อไป
มันเป็นเพราะความเสียหายที่ได้รับมันไม่ได้เหมือนรอยกระจกแตกซึ่งที่เหมือนใยแมงมุม
แต่มันสาหัสกว่าและถูกบดละเอียดกลายเป็นฝุ่น
ทันใดนั้นเองก็มีบางอย่างก็เข้ามาในทัศนวิสัยของเขา
มันคือสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ
ภายในชั้นวางหนังสือของเขา ในชั้นวางหนังสือนั้นมีเกมจำนวนมากและเซฟเกมอีกด้วย
ไม่เพียงแค่นั้นยังมีสมาทโฟนรุ่นก่อนซึ่งเขาเคยใช้มันมาก่อน
ทุกอย่างมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนั่นก็คือ
มันบรรจุข้อมูลที่เขารวบรวมเอาไว้และสมาทโฟนแต่ละเครื่องนั้นมีตัวละครเลเวลสูงสุดเก็บไว้อยู่
เห็นสมบัติที่หวงแหนของเขา
ความรู้สึกที่โหมกระหน่ำที่ซึ่งทำให้เขาล่วงหล่นลงไปในด้านล่างถูกแทนที่ด้วยแรงจูงใจที่เผาใหม้
เขาจ้องไปที่สมาทโฟนอย่างมุ่งมั่น
“ในรอบนี้ ฉันจะไม่ล้มเหลวเพื่อที่จะยกระดับไปสู่จุดสูงสุดอีกแล้ว!”
ด้วยคำสัญญานี้
ถัดมานั้นเองราวกับว่ามีการตอบสนองต่อคำสาบานของเขา
“นายต้องการเพิ่มหรือไม่?”
“เอ๊ะ?”
“นายต้องการเพิ่มเลเวลหรือไม่?”
ราวกับว่าไม่ได้ยิน
เขากำลังฟังเสียงเอคโค่ของผู้หญิงภายในหัวของเขา
“น-นั่นคือใครกัน? ใครกำลังพูดกับผมอยู่?”
“ฉันเอง ฉันเอง เฮ้ อยู่ตรงนี้~”
มันราวกับว่ามีใครบางคนกำลังเล่นกลกับเขา
“คุณอยู่ที่ใหน ออกมาได้แล้ว!”
ไทโยวยืนขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งไปทางไม้กวาดที่อยู่ไกล้ๆในห้องของเขา
ถัดมาเขาจับมันและตั้งท่าอย่างระมัดระวัง
“โอเค งั้นรอแปปนึงนะ~”
หลังจากนั้นเอง ชิ้นส่วนที่แตกกระจายที่วางอยู่บนโต๊ะก็เริ่มส่องแสง
หลังจากนั้นเอง ชิ้นส่วนที่แตกกระจายก็เริ่มรวมเข้าด้วยกันและหมุนด้วยความเร็วสูงเหมือนกับพายุ
จากนั้นไม่นานมันได้เปลี่ยนเป็นอนุภาคแสง
อนุภาคแสงนั้นผสานกันอย่างต่อเนื่องไปสู่รูปร่างที่มั่นคง........มันกลายเป็นบางอย่างที่โคตรจะเหมือนมนุษย์
ถ้าพอมีใครที่จะอธิบายได้ล่ะก็
มันก็คงจะเหมือนหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์ สิ่งมีชีวิตที่เรียกกันว่า แฟรี่
ไทโยวนั้นสับสนมึนงงไปเรียบร้อยแล้วและเขาก็กลายเป็นใบ้ไป
สิ่งที่เคยเป็นสมาทโฟนมาก่อนหน้านี้ต่อตาของเขาแต่ไม่น่าเชื่อมันได้กลายเป็น
แฟรี่ที่มีชีวิตอยู่จริง!
.
.
.
จบไปแล้วกับตอนที่สองดองไว้นานจริงๆ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น