Riaru de Reberu Age Shitara Hobo Chitona Jinsei ni Natta ตอนที่ 7 แปลไทย


Riaru de Reberu Age Shitara Hobo Chitona Jinsei ni Natta



Chapter 7: Transparent Conversational Space

ไทโยว ใช้คนละเส้นทางกับสามพี่น้องในการไปโรงเรียน โดยไม่ต้องคิดเลยว่าเขาวิ่งหนีมาโดยสัญชาติญาณ ในความเป็นจริงเขาค่อนข้างเป็นคนเก็บตัว แม้ว่าทั้งหมดที่เขาทำคือมองไปที่ดวงตาของพวกเธอ ขณะที่เขาเรียกเชื่อพวกเธอออกมา แต่กระนั้น สำหรับ ไทโยว คนที่ซึ่งในอดีตมีปฏิสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามน้อยมาก มันคือความอดทนอย่างมากสำหรับเขา

นอกจากนี้ มันยากที่จะคืนความรู้สึกของสาว ๆ เมื่อมันเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน การถูกชอบเป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่เมื่อพวกเธอเปลี่ยนความรู้สึกของความรักที่มีต่อเขา บางที่ในหัวใจเขารู้สึกไม่ดีสำหรับสาวๆ ความซับซ้อนของเรื่องต่างๆมารวมกันด้วยความเป็นจริงที่เขาเป็นเพียงเด็กอายุ 16 เท่านั้นมันยากเกินไป

และในเวลาเดียวกัน เหตุผลที่พวกเธอมีความชอบเพิ่มขึ้น และเหตุผลที่ใจของเขาห้อมล้อมไปด้วยความรู้สึกผิดนั้นเนื่องมาจากค่าสถานะ......

เสน่ห์: 65535

หลายวันก่อนหน้านี้ พี่น้องฝาแฝด ฮายาคาว่า เป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นธรรมดา แรงผลักดันหลักและเวลาที่ว่าทำไมสิ่งนี้มันเกิดขึ้นนั้นมันเป็นเรื่องบังเบิญมากเกินไป ไทโยว คิดว่ามันไม่ต้องสงสัยเลยมันเป็นเพราะความสามารถนี้

ถ้าเขาเพิ่มค่าสถานะนี้ถึงระดับสูงสุดผ่านการทำงานอย่างหนักของเขา ถ้าอย่างนั้นคนที่คลั่งไคล้การอัพเลเวลอย่างเขาคงยืดอกได้อย่างมั่นใจ และจงภูมิใจในความสำเร็จของเขา อย่างไรก็ตาม เวลานี้มันไม่เหมือนกันเลย เพราะว่าตัวเลขบั๊กที่เรียกว่า “overflow<ล้น>” มันบ้าไปแล้ว......... ในอีกคำก็คือผลลัพธ์ที่มาจากความโชคดีอันบริสุทธ์ และ ไม่ยุติธรรมอย่างแท้จริง เพราะว่ามันไม่ได้ว่าเขาได้รับความสามารถนี้มาจากการพยายาม เขาจึงไม่เต็มใจที่จะยอมรับข้อได้เปรียบแบบนี้ได้

หลายปีที่ผ่านไป ผู้คนจะมองย้อนกลับไปที่เหตุการณ์นี้และคิดกับตัวเองด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น:

(ทำไมผมถึงทำเรื่องยุ่งยากกับเรื่องเล็ก ๆ นี้ด้วย ถ้าผมคิดให้ระวังกว่านี้ ตอนนั้นฉันยังเด็กและการดื้อรั้นมากเกินไปซึ่งมีความหมายเล็กๆ)

“.....ฮ่า”

ถึงอย่างนั้น สำหรับไทโยวที่อาศัยอยู่ในไทม์ไลน์ในปัจจุบันมันเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขาถอนหายใจด้วยความสิ้นหวัง
“อรุณสวัสดิ์ นัตสึโนะ เอ๊ะ? ไม่ใช่ว่านายกำลังเล่นเกมส์อยู่หรอ?”

“โอ้เองเหรอ นาคาจิม่า? ใช่ ฉันก็เล่นมันอยู่เลื่อยๆ...”

โดยปกติในบนทางไปโรงเรียน คาสึกิ ผู้เบิกบานจะเดินมาข้างๆเขาและนี่ทำให้เขาต้องถอนหายใจออกมาเล็กๆ

“เกิดอะไรขึ้น นายดูเหมือนจะไม่ดีเลยนะ มันเป็นปัญหาส่วนตัวงั้นเหรอ?”

นาคาจิม่า กระดิกนิ้วก้อยของเขา และให้รอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ “มันต้องเป็นเพราะเรื่องนั้นแน่นอนอยู่แล้ว ! ไทโยว อยากที่จะตะโกนมันออกไปอย่างที่สุด ผู้คนรู้ว่า คาสึกิ นั้นเป็นคนที่ชอบการซุบซิบเรื่องความรัก เขาเป็นคนที่รู้จกกันดี และ เขาไม่ต้องการให้ทิศทางการสนทนาเป็นไปอย่างนั้น เมื่อรู้ความจริงข้อนี้ ไทโยว จัดการเรื่องนี้ได้อย่างหวุดหวิดเพื่อหยุดยิ้งการระเบิดของเขา

“ไม่ มันไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิด มันเป็นเพราะสมาทโฟนของฉันพังน่ะ”

“เป็นเพราะสมาทโฟน นายหมายถึงมือถือรุ่นล่าสุดที่นายพึ่งซื้อเมื่อเร็วๆนี้ใช่ใหม?”

“ใช่”

“เรื่องจริงหรอ? ขอดูหน่อย ขอชั้นดูหน่อย มันมีรอยแตกบนหน้าจอเหมือนกับใยแมงมุม ?”

“มันมากกว่าหน้าจอแตก มันง่ายกว่าที่จะบอกว่ามันถูกบดเป็นฝุ่น หลังจากที่มันหล่นอย่างกะทันหันมีรถวิ่งมา และ ชนมันแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย”

“ว้าว........ชั้นเสียใจกับนายด้วยนะ เป็นอย่างนี้นี่เอง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมวันนี้นายถึงไม่เล่นเกมส์สินะ.........”

“..........มันเป็นอย่างนั้นแหละ”

ไทโยว รู้สึกโล่งใจสำหรับบางคนที่เหมือนกับ คาสึกิ คนที่รักการซุบซิบเรื่องความรัก ถ้าเรื่องเกี่ยวกับพี่น้องฝาแฝดถูกเปิดเผยออกไปล่ะก็ มันคงจะกลายเป็นหายนะมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เขาต้องการซ่อนความลับนี้ไว้ ไทโยวคิด

“นอกเหนือจากนั้น ดูเหมือนว่า นัตสึโนะ ไม่มีเกมส์อยู่ในมืออย่างนี้มันก็ทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆนะ”

 “มันถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ใช่ มันทำให้ชั้นใจเย็นไม่ได้เลย มันเหมือนกับความรู้สึกที่มองเห็นพิราบในหน้าสถาณีกลัวการเข้าใกล้คนนั่นแหละ”

“ผมเข้าใจในสิ่งที่นายพูดนะ แต่มันไม่จริง.....”

ไทโยวมีรอยยิ้มขมๆ

“แต่นายก็รู้ แม้ว่านายจะไม่มีสมาทโฟน นายก็ไม่ได้เล่นเกมส? ในความเป็นจริงนายไม่ได้เอามือถือมาและเล่นเกมใช่ใหม?”

“มันเป็นเพราะว่าอันเก่านั้นไม่มีเกมส์ที่ต้องการจะเล่น”

“ฉันเข้าใจ”

ขณะที่ ไทโยว กำลังชำเลืองไปที่การยิมยอมของ คาสึกิ เขาก็หมุนเหรียญ 1 เยน ในมือของเขาไปเลื่อยๆ

แม้ว่าเขาจะพูดสิ่งเหล่านั้น ในความเป็นจริงเขาไม่ได้เป็นสมาทโฟนหรือมือถือเพื่อเล่นเกม นี่เป็นเพราะว่าในขณะนี้โลกแห่งความเป็นจริง เขากำลังเลเวลอัพ และสิ่งที่เขารักเกี่ยวกับเกมส์คือ ความสามารถในการเก็บเลเวล

อย่างน้อยก็ในขณะที่เขายังคงสามารถทำให้ในชีวิตจริงก้าวหน้าขึ้น เขาไม่ต้องการเล่นเกมส์ และเขาก็ไม่รู้สึกอยากบังคับให้เล่นเกมส์ด้วยเหมือนกัน

พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ แม้จะคิดว่าเขาไม่ได้กำลังเดินกับเกมส์ในมือ เขาก็รู้สึกราวกับว่า ตอนนี้เขากำลังเล่นมันอยู่

“อรุณสวัสด์ อาโอบะจัง! วันนี้เธอก็ดูน่ารักเหมือนเดิมเลยมีหางม้าด้วย!

จบการพูดคุยแบบผิวเผิน คาสึกิ ก็ทำตามการกระทำปกติของเขา ไปหากลุ่มเพื่อนของเขา ขณะที่เขาแยกออกจาไทโยวอย่างเป็นธรรมชาติ และ วิ่งไปทางเพื่อนเขา เมื่อ ไทโยว มองตามไปทางที่ คาสึกิ กำลังไป มีสาวน่ารักกับทรงโพนี่เทลที่แนบมากับหัวของเธอ

มันไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเลยกับการจัดเรียงทรงโพนี่เทลนั้นถูกรัดด้วยดักแด้เหมือนกับแฟชั่นอย่างเรียบๆของเธอก็ไหลลงมาที่คอของเธออย่างประณีต เส้นผมบางเส้นของเธอนั้นสามารถหลบหนีจากดักแด้นั้นช่วยเพิ่มความน่ารักให้กับเธอ มันราวกับว่าเธอจัดมันอย่างระมัดระวังผมของเธอเพื่อเป็นโพนี่เทลที่เพอร์เฟค

มีคนหลายคนในชั้นเรียนเขาที่มีทรงผมโพนี่เทล อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครเลยที่เทียบได้กับความสวยของเธอ คนส่วนใหญ่มีระดับที่น่าผิดหวัง และ ส่วนใหญ่เพียงแค่มันผมของพวกเธออย่างไม่ใส่ใจในแบบเก่าๆ

“หืม?”

เดิมทีมันเป็นแค่ ไทโยว ที่ชื่นชมโพนี่เทลของเธอข้างเดียว แต่ทันใดนั้นเธอก็หันไปมองหน้าเขา แม้ว่าเธอจะเพิ่งพูดบางอย่างเกี่ยวกับ คาสึกิ ด้วยเหตุผลบางอย่าง หรืออย่างอื่น เธอในตอนนี้จ้องมองไปทางเขาอย่างเข้มข้น

ไม่ มันเหมือนว่าเธอกำลังจ้องมองเขาด้วยดวงตาของเธอ

(ฉันทำอะไรบางอย่างที่แย่กับเธองั้นเหรอ ? )

การจ้องมองของเธอดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เป็นลบ นั่นมันเพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาคิดได้อย่างนี้

เขาพยายามค้นหาในความทรงจำของเขา แต่มันไม่มีอะไรเลยที่จะทำให้เขาโดนเธอเกลียด นี่เป็นข้าสรุปที่เขาเจอ

แม้ว่าเธอจะยังจ้องมองมาที่ ไทโยว เป็นเวลานาน ในไม่ช้าการจ้องมองของเธอก็กลับเป็นปกติอีกครั้ง และในเวลาต่อมาเธอก็กลับไปคุยกับ คาสึกิ ขณะที่กำลังเดินไปทางโรงเรียน

“เอาล่ะ ฉันต้องไปแล้ว ขอโทษด้วย”

เวลา: ช่วงเช้า-เวลาพัก

เขาได้รับการเสนอชื่อจากอาจารย์คนหนึ่งให้ทำหน้าที่ทำความสะอาดในช่วงก่อนหน้านี้ และ ไทโยว แทบจะไม่สามารถทำงานเสร็จได้ในเวลาแค่นิดเดียว และสิ่งที่เขาได้รับก็คือ “ขอบคุณ” โดยหนึ่งในอาจารย์ก่อนที่เขาจะออกจากห้องพักครู

“หวัดดี”

เมื่อเขาได้กลับมาที่ห้องเรียนเขาได้พบกับหนึ่งในพี่น้องแฝดสามคนที่สูงที่สุดนั่นก็คือ โคโตเนะ

“โคโตเนะ.......เธออยู่คนเดียว?”

ตามปกติเขาจะระงับการพูดอย่างงุ่มง่ามว่า “ซัง”  ในขณะที่เขากลืนคำนั้นไป ภาพลักษณ์ของสาวๆสำหรับ ไทโยว คือพวกเธอเป็นหน่วยเดียวกันที่ทำหน้าที่ร่วมกัน เมื่อเขาพบกับเพียงหนึ่งในนั้น สำหรับเขาแล้วนั้นรู้สึกเหมือนพบกับตัวละครแรร์ในเกมส์

“ใช่ ฉันกำลังหาคุณอยู่ เราไม่รู้ว่าคุณไปไหน ดังนั้นเราสามคนเลยแยกกันหา”

“โอ้ พวกเธอแยกกัน?”

“ใช่ ฉันจะเรียก ซูสุจัง และ คาซาจัง ที่นี่ไม่เป็นไรใช่ไหม?”

“อ่า โอเค”

แม้ว่าเขาจะตกลงกับเธอ เธอก็ยังยืนอยู่กับที่ เธอยังคงมองไปที่ ไทโยว ขณะยิ้มให้เขา และ มันดูเหมือว่าเธอจะดีใจเกี่ยกับบางอย่าง

“.........”

“.........”

“เอ่อ......ไม่ใช่ว่าเธอจะไปเรียกทั้งสองคนหรอ?”

เขารู้สึกไม่สบายจริง ๆ เกี่ยวกับแรงกดดันในเรื่องนี้ แต่ยิ่งไปกว่านั้นเขารู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อยกับพฤติกรรมของเธอที่เขาถามโดยไม่คาดคิด

“ฉันเรียกพวกเธอแล้ว”

“เอ๊ะ? เธอได้ทำอะไรหรือเปล่า?”

“ใช่ ฉันดีใจมาก”

“........หืม?”

ในหัวของ ไทโยว เต็มไปด้วยความสับสน เขาพยายามจะจินตนาการของสถานการณ์นี้ที่เขาได้ถูกพบก่อนหน้านี้คงจะอธิบายเรื่องนี้ได้ แต่เขาไม่สามารถระบุตำแหน่งใด ๆ ได้เลย และเขาก็เองคอของเขาด้วยความสับสน

“อย่างที่ฉันพูด ฉันดีใจมากจริง ๆ เพราะว่าฉันกำลังดีใจมากเลยที่ ซูสุจัง และ คาสะจัง จะสามารถรู้ว่าฉันพบคุณ”

“อย่าบอกนะว่านี่คือ เทเลพาที?” <โทรจิต>

“มันน่าจะเป็นอย่างนั้น แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่ามันทำงานยังไง แต่ว่าเราสามารถถ่ายถอดความรู้ความรู้สึกของแต่ละคนที่เราพบเจอ”

Hee--” <วิธีที่คนญี่ปุ่นยอมรับบางสิ่ง>

เสียงของ ไทโยว หลุดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ว่าคนในคำถามจะไม่เขาใจว่าความสามารถของเธอทำงานอย่างไร แต่ถ้าพวกเธอสามารถส่งความรู้สึกของแต่ละคนได้จากระยะไกลจริง ๆ งั้นเป็นไปได้มากว่ามันคือประเภทของเทเลพาธี

แฝดสามนั้นเชื่อมต่อความรู้สึกของแต่ละคนด้วยกันอย่างลึกซื้ง เทเลพาธีแบบนั้น สำหรับ ไทโยว เรื่องนี้มันน่าสนใจอย่างยิ่ง.... เป็นวิธีที่ดีเลยมันจุดประกายความสนใจของเขาในพวกเธอ

“ขอผมถามคำถามต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ไหม?”

“ได้แน่นอน”

ขณะที่เขาได้รับความยินยอมจาก โคโตเนะ ไทโยว ต้องการถามเรื่องต่าง ๆ ขณะกำลังเดิน ด้วยเหตุนี้เขาเริ่มเดินไปทางห้องเรียนเขา และ เริ่มสนทนากับเธอระหว่างทาง
“การเชื่อมต่อนี้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกหรือเปล่า? หรือ เธอสามารถใข้คำพูด..........เพื่อสื่อสารกับแต่ละคนในใจเธอ?”

“เราเคยทำสิ่งต่าง ๆ ตอนพวกเราเป็นเด็ก”

โคโตเนะ พูดด้วยใบหน้าขอโทษ

“แต่ว่าตอนนี้เราไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้อีกต่อไป โปรดยกโทษให้ฉันด้วย”

“ไม่ มันไม่ใช่สิ่งที่คุณควรขอโทษเลย ตอนนี้มันมีเพียงความรู้สึกที่ส่งผ่านกันใช่ไหม? ตอนนี้คุณสามารถส่งความรู้สึกที่ชัดเจนออกไปได้ไหม?”

“ได้ ถ้ามันแค่นั้นเราสามารถส่งมันได้ชัดเจน ในความเป็นจริง มันไกล้กับคำว่าเราแบ่งปันความรู้สึกของแต่ละคนร่วมกัน เราไม่สามารถซ่อนความรู้สึกของแต่ละคนได้ เมื่อเราเริ่มทำงาน หรือตื่นเต้นความรู้สึกของเราจะส่งไปยังแต่ละคนโดยปราศจากความยินยอม”

“งั้นมันก็รั่วไหลออกมา”

“ใช่ ความรู้สึกระหว่างพวกเราเป็นอย่างนั้น”

“นั่นมันสุดยอดเลย ความสามารถนี้ อย่างที่คาดไว้พวกคุณแฝดสาม อ่า แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น.......”

ขณะที่กำลังเดิน ไทโยว ยกมือไปที่คางของเขา และขมวดคิ้วในการคิด

“ถ้าอย่างนั้น อะไรหรอ?”

“อ่า ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่ผมเชื่อในกรณีของคุณ หัวใจของพวกคุณได้เชื่อมโยงกันเพราะว่าไม่มีสิ่งกีดขวาง ผมคิดว่าเพราะหัวใจของพวกคุณเชื่อมต่อกันเสมอ มันขยาย......ผลกระทบของสิ่งที่คุณได้พบเจอบนร่างกายจริงของพวกคุณมากกว่าที่คุณรู้ เช่นเดียวกับจิตใจของคุณสามารถแชร์อารมณ์ร่างกายของคุณ ดูเหมือนว่ามันก็ถ่ายทอดความรู้สึกด้วยเหมือนกัน อย่างไรก็ตามย้อนกลับไปในวันที่คุณเคยใช้การพูดคุยในใจของพวกคุณ แต่ตอนนี้คุณสูญการติดต่อกับความสามารถนั้นไป ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นเพราะผลข้างเคียงที่พี่น้องคุณแยกกันหรือเปล่า? ถ้ามันเป็นอย่างนั้นผมว่ามันน่าละอายเล็กน้อย”

“น่าละอาย?”

โคโตเนะ เบิกตากว้าง และมองไปที่ ไทโยว ด้วยการแสดงออกที่ประหลาดใจ

“ใช่ ขอโทษที ผมจะพูดออกมันออกมา โปรดยกโทษให้กับสิ่งที่ผมจะพูดตอนนี้ด้วย”

ไทโยว โบกมือของเขาด้วยความหวาดกลัว และมีใบหน้าของการขอโทษ

สำหรับพี่น้องที่มีพลังเทเลพาธี เขาคิดว่านี่มันเป็นหัวข้อที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก แต่นี่อาจจะเป็นเพียงแค่สิ่งที่เขาคิด อาจเป็นไปได้ว่าคนที่มีปัญหาในตัวเองไม่พบว่าหัวข้อนี่นั้นน่าสนใจเพียงเล็กน้อย

สำหรับฝาแฝด หรือ แฝดสามในทั่วไปนี้มีโอกาสมากที่จะอ่อนไหวเกี่ยวกับการพูดหัวข้อนี้ แต่แทนที่ ไทโยว รับกวนเธอและถามคำถามที่ละเอียดอ่อนนี้กับเธอ

ทันใดนั้น โคโตเนะก็ตะโกนออกมา และหยุดเคลื่อนไหว เธอมีความแปลกใจอยู่บนใบหน้าเธอ และเมื่อ ไทโยว มองตามสายตาของเธอ ในสุดของทางเดินหญิงสาวยืนอยู่กับที่ และจ้องมองไปที่พวกเขา

“คุณคือ?.... เช้านี้..........”

มันเป็นร่างที่เขาจำได้ว่าเคยเห็นมาก่อนหน้านี้ คนที่เดินกับคาสึกิ เรือนร่างของสาวกับสไตล์โพนี่เทลสุดเพอร์เฟค

“เอ่อ....คุณคือ?---”

“นัตสึโนะ ไทโยว นาย ชอบฮายาคาว่าซังทั้งสามคนมากที่สุดใช่ไหม?”

ก่อนที่เขาจะได้พูดจบประโยค ไทโยว ก็ถูกขัดจังหวะโดยเด็กสาวไปก่อน เธอก็ได้ทำการประกาศอันน่าตกใจนี้!

ความคิดเห็น